บริการยืม-คืน เป็นบริการที่สำคัญระดับแรกของบริการห้องสมุด เนื่องจากบริการยืม-คืน
เป็นบริการที่ให้ผู้ใช้บริการห้องสมุดสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสารสนเทศภายใน
ห้องสมุดได้อย่างเต็มที่ และบริการยืม-คืนยังอำนวยความสะดวกได้ตามความต้องการ
ของผู้ที่เข้ามาใช้บริการห้องสมุดอีกด้วย
บทบาทหน้าที่ การยืม-คืน
1. การควบคุมงานบริการยืม-คืน ต้องมีการควบคุมบริการให้ดี เพื่อลด
ความผิดพลาด และมีความรวดเร็วในการยืม-คืน
2. ประชาสัมพันธ์ห้องสมุด การบริการเป็นส่วนสำคัญ เพราะจุดประชาสัมพันธ์
ของห้องสมุดเป็นสถานที่แรกที่จะเจอที่ผู้ใช้จะเข้ามารับบริการ จึงต้องมีการบริหาร
ในการยืม-คืนให้ดีให้ผู้ใช้เกิด ความประทับใจ และกลับมาใช้บริการอีก
การจัดการ
1. ห้องสมุดขนาดเล็ก ห้องสมุดที่มีผู้มาใช้บริการไม่มาก จะมีการจัดระบบการดำเนินงานโดยมีบรรณารักษ์ เลือกและจัดพนักงาน ตามนโยบาย
และขั้นตอน บรรณารักษ์เป็นผู้กำกับดูแลการทำงานของพนักงาน
2. ห้องสมุดขนาดกลาง เป็นห้องสมุดที่มีจำนวนผู้มาใช้บริการมากกว่า
ห้องสมุดขนาดเล็ก โดยมีการจัดการระบบการดำเนินงานโดยมีหัวหน้าแผนก
เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบบรรณารักษ์
3. ห้องสมุดขนาดใหญ่ ห้องสมุดขนาดใหญ่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก
จึงมีการจัดการดำเนินงานโดยมีหัวหน้าออกคำสั่งให้กับหัวหน้าหน่วยหรือผู้ช่วย
บรรณารักษ์ จะเป็นตัวแทนในการจัดการพนักงาน เพื่อที่ให้บริการประชาชน
และหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง
ความรู้และทักษะที่ต้องการ
1. มีมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นมิตรกับทุกคน
2. มีไหวพริบ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้
3. มีใจรักในบริการ และมีความอดทนสูง
4. มีความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรสารสนเทศที่ภายในห้องสมุดมีไว้บริการ
5. มีทักษะการใช้ คอมพิวเตอร์ และฐานข้อมูล OPAC
เทคโนโลยีที่มีการนำมาใช้ในบริการยืม - คืน
- ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้นทำให้จึงทำให้เกิด
ระบบงานยืม-คืนอัตโนมัติ คือ การยืมคืนอัตโนมัติเป็นระบบที่ทำให้การยืน-คืน
ทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ มีการดำเนินงานที่รวดเร็วขึ้น เป็นระเบียบและมี
ความผิดพลาดน้อยลง เราสามารถตรวจเช็คข้อมูลขอผู้ใช้ได้ด้วยว่า
พฤติกรรมของผู้ใช้นั้นเป็นแบบไหน และประวัติการยืม-คืนเป็นอย่างไร
เมื่อมีข้อมูลเป็นจำนวนมากพอ ทำให้ในการจัดการห้องสมุดเป็นไปตรงตาม
ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและนโยบายของห้องสมุดนั้นๆ
1.เทคโนโลยีรหัสแถบ (Barcode)
สัญญลักษณ์รหัสแท่งที่ใช้แทนข้อมูลตัวเลขมีลักษณะเป็นแถบมีความหนาบาง
แตกต่างกันขึ้นอยู่กับตัวเลขที่กำกับอยู่
2.คิวอาร์โค๊ด (QR Code, 2D Barcode)
QR Code หรือ 2D Barcode เป็นรูปแบบหนึ่งของเทคโนโลยีรหัสแท่ง
(Barcode technology) โดยพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีรหัสแท่งแบบเดิม
3.เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี (Radio Frequency Identify - RFID)
เป็นเทคโนโลยีที่นำคลื่นวิทยุ มาระบุถึงลักษณะของวัตถุต่างๆที่ติด RFID
ยังสามารถอ่านข้อมูลและเขียนข้อมูลลงไปยัง tag ได้ อีกทั้งยังสามารถใส่ข้อมูลอื่น
ลงไปได้ เช่น ลักษณะของสิ่งของ ,สถานที่ ,วันเดือนปีที่ผลิต การอ่านข้อมลูลของ
RFID ไม่ต้องอาศัยการสัมผัส ไม่ต้องมองเห็น ทนต่อความชื้น และสามารถอ่านค่า
ในขณะที่วัตถุเคลื่อนที่ ยังเป็นระบบอัตโนมัติอีกด้วย เมื่อเราเปรียบเทียบดูแล้ว
RFID จะมาแทนที่ของ Barcode เทคโนโลยีดังกล่าวนี้สามารถทำให้ระบบการยืม-คืน
ทรัพยากรสารสนเทศ มีความรวดเร็ว ,สะดวก และยังบอกรายละเอียดชัดเจน
และสามารถป้องกันการสูญหาย ของทรัพากรสารสนเทศต่างๆได้เป็นอย่างดี

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น